วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนรับสมัครนักศึกษาต่อระดับปริญญาตรี



“มหาวิทยาลัยชีวิต”
ที่มาของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน
                      (LIFE : Learning Institute For Everyone)
สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน
ขณะที่ผู้คนทั่วประเทศมีปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว การทำมาหากิน และชุมชนก็เหมือนกำลังล่มสลาย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาร้อยแปดที่รุมเร้าได้ เราได้พบว่ามีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่แก้ปัญหาหนี้สิน ปัญหาต่างๆของตนเองได้ เราได้พบชุมชนมากมายที่ไม่ได้ล่มสลาย แต่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ และมีไม่น้อยที่โดดเด่นถึงขั้นมีคนไปศึกษาดูงานจากทั่วประเทศและต่างประเทศขณะที่เรากำลังสิ้นหวังกับระบบการศึกษา ซึ่งไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาหนี้สิน ปัญหาความแตกแยก ความรุนแรง และอื่นๆ เราก็พบว่าชุมชนที่เข้มแข็งทั่วประเทศ ไม่ได้เข้มแข็งเพราะมีงบประมาณมาก มีโครงการมาก แต่เพราะเป็นชุมชนเรียนรู้ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ของตนเองที่มีประสิทธิภาพเรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเองเราได้ไป “ขอความรู้” จากปราชญ์ชาวบ้าน จากผู้นำจากชุมชนเข้มแข็งเหล่านี้ เราได้ไป “ร่วมมือกันพัฒนา” ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี ที่สุด ได้ร่วมกับผู้นำชุมชน นักวิชาการ ทำการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ความรู้จากชุมชนแล้วพัฒนาเป็นหลักสูตรทั้งระยะสั้นระยะยาวรวมทั้งระดับอุดมศึกษา นำกลับไปให้ชุมชนทั่วประเทศได้เรียน เรียนแล้วจะได้พัฒนาและแก้ปัญหาได้เหมือนกับบุคคลและชุมชน “ต้นแบบ” ทั้งหลาย

มหาวิทยาลัยชีวิต : ความหมาย
 สถานที่เรียนรู้
  มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นวลีที่คิดขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงกระบวนการเรียนรู้ที่มาจากประสบการณ์ชีวิต  เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เอาปัญหาในชีวิต ในชุมชนในสังคมเป็นตัวตั้ง เอาศักยภาพของตนเอง ของชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานและเป็นทุน เรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเองเป็นประการสำคัญไม่ใช่เรียน “หนังสือ”เพื่อจะได้ไป“สอบ”เรียนจบแล้วก็เอาปริญญาไปเร่หางานทำมหาวิทยาลัยชีวิต คือ “รูปแบบ”หนึ่งของการเรียนรู้ ซึ่งเอาชีวิตเป็น       “เนื้อหา” มีการจัดการเรียนรู้อย่างเป็น“กระบวนการ”ที่ไม่ใช่การไปสอนให้ ท่องจำ หรือไปถ่ายทอดวิชาความรู้ แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้เรียนคิดเป็น และคิดเป็นระบบได้ สามารถสร้างความรู้ใหม่ได้ ความรู้ที่สร้างเองเช่นนี้มีประสิทธิภาพสูง มีพลังที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เรียนใมหาวิทยาลัยชีวิตแล้วชีวิตดีขึ้นตั้งแต่ขณะที่เรียน เพราะการเรียนรู้หมายถึงการเปลี่ยนแปลง เรียนแล้วต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีในทันทีเพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงเป็นการระเบิดศักยภาพของคนจากภายในไม่ใช่การยัดเยียดจากภายนอก ข้อมูลและความรู้เก่าที่อยู่ในตำราก็ดี อยู่ในตัวอาจารย์ผู้สอนก็ดี มีคุณค่าเพียงเพื่อให้นักศึกษาได้ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้ใหม่ ไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายหรือคำตอบสำเร็จรูป


รับสมัครนักศึกษา
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี)

1. สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
2. สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชุมชน
3. สาขาวิชาการจัดการการเกษตรยั่งยืน

คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นนักศึกษา
ระดับปริญญาตรี
เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพจากสถาบันการศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะหรือการศึกษาอื่นที่เทียบเท่า 
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต
(ระดับปริญญาตรี)

เปิดสอน 3 สาขาวิชา ได้แก่
1. สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
2. สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชุมชน
3. สาขาวิชาการจัดการการเกษตรยั่งยืน

โครงสร้างหลักสูตร

เนื้อหาหลักสูตรแบ่งได้เป็น 3 ส่วน
ส่วนที่หนึ่ง  เป็นวิชาพื้นฐาน 30 หน่วยกิต  (10 วิชา)
ส่วนที่สอง  เป็นวิชาเฉพาะของหลักสูตร 84 หน่วยกิต (28 วิชา)
ส่วนที่สาม  เป็นวิชาเลือกเสรี  6 หน่วยกิต (2 วิชา)
รวมทั้งหมด  120 หน่วยกิต (40 วิชา)

สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
หลักสูตรนี้มีหลักการอย่างไร
การจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน “อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นตนเอง” เรียนแล้ว “ช่วยตัวเองได้ ช่วยคนอื่นได้” เน้นผู้ใหญ่ที่ประกอบอาชีพแล้ว เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก มีการจัดการเรียนในท้องถิ่นในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ที่มีเจ้าภาพร่วมดำเนินการ
เนื้อหาหลักสูตรมีอะไรบ้าง 
เป็นวิชาที่เรียนทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการไปศึกษาดูงาน เรียนรู้จากอาจารย์ นักวิชาการ ผู้รู้ และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ประกอบด้วย
- กระบวนทัศน์พัฒนา
- เศรษฐกิจพอเพียง
- สุขภาพและวิถีชุมชน
- วิสาหกิจชุมชน
- เครือข่ายชุมชน
- การวางเป้าหมายและแผนชีวิต
- เกษตรกรรมยั่งยืน
- กองทุนและสวัสดิการชุมชน
- แผนแม่บทชุมชน
- วิทยากรกระบวนการ เป็นต้น

สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชุมชน
เรียนเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองและชุมชน ดูแลสุขภพองค์รวม เพื่อจัดการสุขภาพของชุมชนแบบยั่งยืน แบะจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ชุมชนน่าอยู่ รวมทั้งสามารถสร้างและพัฒนาเครือข่ายสุขภาพได้
หลักสูตรสุขภาพชุมชนมีอะไรแตกต่างจากหลักสูตรสาธารณสุขอื่นๆ 
หลักสูตรนี้ต้องการสร้าง “คนพันธุ์ใหม่” ที่เข้าใจเรื่องสุขภาพอย่างดี จนสามารถเป็นผู้นำชุมชนด้านสุขภาพได้ เป็นหลักในการส่งเสริมสุขภาพแบบ “สร้างนำซ่อม” ทำให้ชุมชนเรียนรู้ดูแลสุขภาพของตนเอง กินเป็น อยู่เป็น และดูแลคนอื่นเป็น

เนื้อหาหลักสูตรมีอะไรบ้าง
มีวิชาพื้นฐานหรือวิชาทั่วไปและวิชาเอกที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การดูแลสุขภาพองค์รวม ระบบสุขภาพ การจัดการบริการสุขภาพชุมชน การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาสุขภาพชุมชน ระบบสุขภาพพอเพียงกับการพัฒนาสุขภาพชุมชนแบบยั่งยืน การจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนน่าอยู่ การคุ้มครองสุขภาพชุมชน สุขภาพวิถีชุมชน โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อในชุมชนและการป้องกัน

สาขาวิชาการจัดการการเกษตรยั่งยืน
สาขาวิชาการจัดการการเกษตรยั่งยืน มีหลักการอย่างไร
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นสร้างบัณฑิตให้เป็นเกษตรกรแนวใหม่ เป็น “บัณฑิตชาวนา  ปัญญาชนชาวบ้าน” มีความสามารถในการพัฒนาการเกษตรโดยการจัดการทรัพยากรและปัจจัยการผลิตให้เกิดความยั่งยืน คิดเป็น อยู่เป็น พัฒนาเป็น และสร้างเครือข่ายเป็น เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เรียนแล้วสามารถดำรงชีวิตในท้องถิ่นตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุข พึ่งตนเองได้ ช่วยเหลือผู้อื่นได้ มีทักษะในการประยุกต์และการจัดการการเกษตรยั่งยืน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหลักในการปฏิบัติ

เนื้อหาหลักสูตรมีอะไรบ้าง
นอกจากกลุ่มวิชาพื้นฐานการเกษตรยั่งยืนแล้ว นักศึกษาจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติในกลุ่มวิชาการจัดการเกษตรยั่งยืน ได้แก่ การจัดการแปลงเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบและการจัดการเกษตรยั่งยืน การจัดการเกษตรอินทรีย์ การจัดการระบบการปลูกพืชเชิงคุณค่าโภชนาการเพื่อความมั่นคงในชีวิต กองทุนการเกษตร การจัดการองค์กรและเครือข่ายเกษตรยั่งยืนการจัดการวิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร

ค่าเล่าเรียนเท่าไหร่
ระดับปริญญาตรี เหมาจ่ายตลอดตลอดหลักสูตร 81,000 บาท โดยแบ่งชำระเป็นราย
เทอมๆละ 9,000บาทเรียนทั้งหมด 9 เทอม
เรียนอย่างไร
เรียนกับอาจารย์ประจำวิชาโดยตรง และเรียนกับวิทยากรพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาอาชีพต่างๆ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้รู้ในท้องถิ่น เป็นต้น มีทั้งการบรรยาย การค้นคว้าวิจัย การแสวงหาความรู้ด้วยการปฏิบัติ การทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จริง

เรียนเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ เรียนจบภายใน 3 ปี ปีะละ 3 เทอม                     
เพียงเทอมละ 9,000 บาท รับสมัครบุคคลที่จบ ม.6 ประกาศนียบัตร 
ทุกสาขา หรือเทียบเท่า เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี
ชำระค่าสมัครและคู่มือนักศึกษาเพียง 700 บาท เข้าเรียนต่อได้เลย

การไปศึกษาดูงานในพื้นที่หรือต่างพื้นที่ การฝึกปฏิบัติจริงในเรือกสวน ไร่ นา ตามโครงงาน เพื่อให้เกิดการเรียนจริง ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา รวมทั้งการเรียนจากสื่อ หนังสือ ซีดี อินเตอร์เน็ต เป็นต้น 

เรียนจบทุกหลักสูตรแล้ว ประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง
- พนักงานองค์กรเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO)
- ประกอบอาชีพอิสระ
- อาจารย์ผู้สอนในโรงเรียนทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา
- ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำชุมชน และวิทยากร
- นักวิจัยของหน่วยงาน/องค์กรต่าง
- พนักงานและข้าราชการตามกำหนดของ ก.พ.
- พนังงานส่วนท้องถิ่น/สมาชิกสภา อบต. เทศบาล และอบจ.
- พนักงานบริษัทเอกชน
- อาชีพอื่นๆ

 ติดต่อสมัครเรียน เป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
หลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณทิต 3 สาขา สาขาละ 50 คน จำนวนจำกัด
ชำระค่าสมัครและคู่มือนักศึกษาเพียง 700 บาท เข้าเรียนได้เลย
สมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 มีนาคม 2556 ทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น.
ณ ศูนย์เรียนรู้เพื่อปวงชน ปิยภูมิประชารักษ์ ต. วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
โทร.081-6801374